||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส บทความที่น่าสนใจ
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | ชีวิตและผลงาน | >บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

๙๙ ปี พุทธทาสภิกขุ ศาสนากับการพัฒนา

โดย พรศรี ปัญจปิยะกุล
มติชนรายวัน ฉบับวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๔๘ หน้า ๖

๒๗ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ที่ผ่านมา ในวาระแห่งการเวียนบรรจบครบรอบ ๙๙ ปีของวันเกิดท่านพุทธทาสภิกขุ นักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ทางพุทธศาสนาของไทย และนักปราชญ์ทางพุทธศาสนาคนสำคัญของโลก เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณูปการของท่าน และเพื่อเป็นการโหมโรงก่อนวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีแห่งชาตกาลของท่านปีหน้า นักวิชาการและนักศึกษาปริญญาเอกกลุ่มหนึ่งนำโดย ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์ และ ดร. เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ ได้จัดงานประชุมสัมนาวิชาการ RGJ Seminar Series XXXIV เรื่อง "๙๙ ปี พุทธทาสภิกขุ: ศาสนากับการพัฒนา" ภายใต้การสนับสนุนของโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก โดยมี รศ.ดร.โกศัลย์ คูสำราญ และ ศ.ดร.มนัส พรหมโคตร เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุม ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

ช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยปาฐกถาพิเศษเรื่อง "แนวคิดพุทธทาสภิกขุในยุคทุนนิยมโลกาภิวัตน์" โดย ดร.ปีเตอร์ แจ๊คสัน (Peter Jackson) มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ที่ได้ตั้งคำถามใหญ่ ๒ ข้อคือ "ทุนนิยมเชิงพุทธ จะมีความเป็นไปได้หรือไม่" และ "แนวคิดของท่านพุทธทาสกับปฏิกิริยาของคนไทยต่อทุนนิยมโลกาภิวัตน์เป็นอย่างไร"

นักวิชาการตะวันตกชื่นชมท่านพุทธทาสว่าเป็นคำสอนที่ยังมีชีวิต(Living Tradition) เดี๋ยวนี้เราอยู่ในยุคที่ทุนนิยมครองโลก โลกาภิวัตน์ครอบงำ เป็นยุคที่ระบบเศรษฐกิจและทุนเข้ามาใหญ่เหนือระบบการเมือง เป็นยุคที่มหาเศรษฐีเข้ามาเป็นนายกฯ เป็นยุคที่บูชาเสด็จพ่อ ร.๕ บูชาเจ้าแม่กวนอิม ด้วยหลักการค้ามากกว่าหลักแห่งความเมตตา เป็นยุคที่พุทธพาณิชย์รุ่งเรือง "ศาสนาแห่งความร่ำรวย" (คนนับถือเพราะอยากจะรวย) ได้รุกคืบไปไกลไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทย ในไต้หวัน จีน อเมริกา ยุโรป หรือออสเตรเลีย ก็ได้รุกเข้าไปถึงและได้แพร่หลายไปทั่วโลก

เมื่อระบบเศรษฐกิจเป็นใหญ่เหนือระบบการเมืองเช่นนี้ "ทุนนิยมเชิงพุทธ" จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ เราจะสร้างหลักการของ "ทศเศรษฐีธรรม" มาใช้กับผู้ปกครองยุคเศรษฐกิจเป็นใหญ่ แทนที่การใช้ "ทศพิธราชธรรม" ที่เคยใช้กับผู้ปกครองยุคที่ระบบการเมืองเป็นใหญ่ได้ไหม

รายการต่อมาเป็นการเสนอบทความของนักศึกษาปริญญาเอก โดยมี ดร.อรศรี งามวิทยาพงศ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ เริ่มต้นด้วยเรื่อง "ชุมชนใหม่ลายคราม: ยุทธศาสตร์ทางเลือกในการพัฒนาสังคมไทย" สุวิดา แสงสีหนาท ตั้งคำถามหลักว่า พุทธปรัชญาจะเสนอทางเลือกในการพัฒนาสังคมไทยอย่างไร โดยทำวิจัยเชิงคุณภาพ สัมภาษณ์เชิงลึก ร่วมกิจกรรม และสังเกตการณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์ในเชิงปรัชญาและประวัติศาสตร์ ตีความเพื่อค้นหารากฐานความคิด รวมถึงยุทธศาสตร์การพัฒนา กระบวนการ และผลลัพธ์ จากชุมชนชาวพุทธที่สำคัญ ๓ แห่ง คือ

(๑) มูลนิธิพุทธฉือจี้ในไต้หวัน ซึ่งใช้ "ความรักที่ยิ่งใหญ่" เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ (๒) ขบวนการสรรโวทัยในศรีลังกา ซึ่งใช้ความเมตตาและกรุณา ผสานกับแนวคิดเรื่อง "การตื่นของทุกคน" (๓) ชุมชนอโศกในประเทศไทย ซึ่งใช้ปรัชญา "บุญนิยม" เน้นโลกุตตรปัญญา ไตรสิกขา และตีความกิเลส และเมตตาธรรมให้ครอบคลุมระดับสังคม

ท่านสมณเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ (ท่านจันทร์) ผู้วิจารณ์เห็นว่า วิธีการศึกษาที่นำตนเองเข้าไปอยู่ร่วมกับชุมชนเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น ข้อมูลเกี่ยวกับสันติอโศกถูกต้อง และผลการวิจัยนี้น่าจะตีพิมพ์เผยแพร่ต่อไป

"การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงพุทธ" ฌาน ตรรกวิจารณ์ ศึกษาวิจัยเชิงบุกเบิกและสรุปผลว่า สมมติฐานที่ผิดพลาดของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามแนวตะวันตก ทำให้มนุษย์มีฐานะเป็นเพียงปัจจัยการผลิตที่ต้องปฏิบัติงานตามที่องค์กรต้องการ องค์กรจูงใจด้วยโภคทรัพย์ เป็นการเพิ่มพูนกิเลสไม่รู้จบ การนำพุทธธรรมมาเป็นเป้าหมายในการพัฒนาจะทำให้ทรัพยากรมนุษย์มีชีวิตที่ดี มีความสุข ทำให้มนุษย์พัฒนาไปสู่เป้าหมายทั้งระดับโลกียธรรมและโลกุตรธรรม การบูรณาการพุทธธรรมเข้ากับองค์ความรู้ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของตะวันตก นับเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญ

ท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี เห็นว่า งานชิ้นนี้จะเป็นการต่อยอดวิชาการที่น่าสนใจ ทั้งในสังคมไทยและต่างประเทศ แต่ควรตีความหลักธรรมที่นำมาใช้ให้ชัดเจน เพื่อให้การวิเคราะห์ถูกตรงไม่เบี่ยงเบน

"พุทธธรรมกับการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย" สถาพร เริงธรรม สังเคราะห์องค์ความรู้ว่าด้วยการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย โดยเอาหลักพุทธธรรมคือปฏิจจสมุปบาทมาเป็นกรอบในการวิเคราะห์ แนวคิดการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายจะใช้ความรู้มากกว่าอำนาจในตำแหน่งหน้าที่เป็นเครื่องมือ และกำลังกลายเป็นเรื่องใหญ่และส่งผลมากต่อสังคมในปัจจุบันและอนาคต

การคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายจะเริ่มต้นจากการที่บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่ต้องการจะคอร์รัปชั่นจากกิจกรรมที่เป็นผลประโยชน์ต่อสาธารณะ ได้นำเอาความรู้เฉพาะวิชาชีพ อันได้แก่นโยบายและกฎหมายขึ้นมา เพื่อที่จะสามารถกระทำการคอร์รัปชั่นได้อย่างมีความชอบธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย วงจรปฏิจจสมุปบาทสามารถสังเคราะห์กับขั้นตอนการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายได้อย่างลงตัว

ดร.ธีระ นุชเปี่ยม ผู้วิจารณ์ชี้ว่า การนำเอาปฏิจจสมุปบาทอันเป็นเรื่องภายในจิตใจ มาวิเคราะห์ให้เข้ากับขั้นตอนการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายจะนำไปสู่การแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร และการแยกแยะนโยบายสาธารณะกับการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายอาจทำได้ยาก

"พุทธทาสภิกขุกับปรัชญาวิทยาศาสตร์" ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์ ได้วิเคราะห์ว่าท่านพุทธทาสภิกขุเป็นผู้สานต่อแนวคิด เรื่องการปฏิรูปพุทธศาสนาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะการนำเอาวิทยาศาสตร์ และระบบ "เหตุผลนิยม" มาตีความพุทธศาสนา ซึ่งนอกจากจะขจัดไสยศาสตร์ออกจากพุทธศาสนาแล้ว ท่านยังเป็นผู้ที่ทำให้อภิปรัชญาในพุทธศาสนาเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น และไม่รับใช้ในเรื่องชนชั้นอีกต่อไป นอกจากนี้ท่านพุทธทาสยังเสนอมุมมองใหม่ในการตีความพุทธศาสนา โดยการทำให้หลักธรรมหรือแนวคิดพุทธศาสนา เช่น นิพพาน และนรก-สวรรค์ ฯลฯ กลายเป็นเรื่องภายในจิตใจของแต่ละบุคคล

ด้วยอิทธิพลจากแนวคิดของท่านพุทธทาส อาจารย์ทวีวัฒน์ได้ตีความพุทธศาสนากับปรัชญาวิทยาศาสตร์ โดยใช้ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ใหม่ที่สำคัญ ๓ ทฤษฎี กล่าวคือ ใช้ทฤษฎี "มหากัมปนาท" (Big Bang Theory) และทฤษฎี "วิวัฒนาการ" (Evolution Theory) มาชี้ถึงทฤษฎี "อนัตตา" และใช้ทฤษฎี "ควอนตัมฟิสิกส์" (Quantum Physics Theory) มาชี้ถึงทฤษฎี "อนิจจัง" ในพุทธศาสนา

"พุทธทาสภิกขุกับกระบวนทัศน์ใหม่" ดร.เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ ใช้แนวคิดทางพุทธศาสนาประสานเชื่อมกับกระบวนทัศน์ใหม่ โดยนำเอาพุทธศาสนานิกายเซนมานำเสนอ เล่าเรื่องผ่านเกร็ดชีวิตในช่วงที่ท่านโพธิธรรม(ตักม้อ) จะออกบวชจนได้พบว่าอะไรคือพุทธะอย่างฉับพลัน นอกจากนี้อาจารย์เทียนชัยยังนำเสนอว่า ความเป็นพุทธะไม่ใช่เป็นเรื่องของบุคคลเท่านั้น แต่เป็นเรื่องระบบวัฒนธรรมชุมชนทั้งระบบ ซึ่งวัฒนธรรมชุมชนโบราณ มีฐานคิดและฐานปฏิบัติที่สำคัญ ๔ ประการคือ (๑) ความรัก และความเอื้ออาทรต่อกัน (๒) การเคารพธรรมชาติ (๓) การนับถือผู้อาวุโส หรือการกตัญญู รู้คุณต่อผู้ให้กำเนิด (๔) การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย สงบ และสันติสุข

"พุทธทาสภิกขุกับทฤษฎีไร้ระเบียบ" อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ กล่าวถึงตัวแปรที่เชื่อมโยงกันไปมาที่ทำให้โลกเกิดสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง ทำให้โลกสลับซับซ้อนยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ ทฤษฎีไร้ระเบียบจะเตือนให้เราเป็นคนรู้จักพินิจพิจารณารายละเอียด ไม่มองข้ามหรือดูแคลนเรื่องเล็กน้อย เพราะการป้อนกลับเชิงขยายกำลังทวีคูณ จะเร่งให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ในเวลาไม่นานนัก เพราะในโลกที่เชื่อมโยงกันสลับซับซ้อนนี้ มีข่ายใยที่วันนี้เรามองไม่เห็นหรือเห็นไม่ชัด แต่ในวันรุ่งขึ้นมันอาจปรากฏตัว แล้วมาถึงเราทันทีจนตั้งตัวไม่ติด

ท่านพุทธทาสได้พูดไว้เมื่อ ๔๐ ปีก่อนว่า "โลกหมุนเร็วจี๋ยิ่งขึ้นทุกที จนอาจจะละลายไปเพราะการหมุนเร็วเกินขอบขีดนั้นก็ได้ ซึ่งเราต้องเตรียมตัว เตรียมใจกันใหม่ เพื่อรับมือ และลดความเร่าร้อนรุนแรงให้เย็นลง" ท่านยังเตือนว่า ระวังอย่าโดน "เขี้ยวของโลก" โดยท่านใช้หลักอิทัปปัจจยตา ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ System Thinking และทฤษฎีไร้ระเบียบก็เป็นส่วนหนึ่งอยู่ใน System Thinking

"พุทธทาสภิกขุกับสุขภาพยุคโลกาภิวัตน์" พระดุษฎี เมธังกุโร นำเสนอว่า ท่านพุทธทาสจำแนกโรคออกเป็น ๓ อย่างคือ โรคทางกาย โรคทางจิต และโรคทางวิญญาณ โดยท่านได้แนะให้ใช้ ศีล สมาธิ ปัญญา และอริยสัจ ๔ มาแก้ไขโรคแต่ละอย่าง ปัจจุบันโลกาภิวัตน์ทำให้ระบบสุขภาพแย่ลงกว่าเดิม พระดุษฎีได้เล่าเกร็ดชีวิตและการดูแลสุขภาพของท่านพุทธทาส เพื่อให้เราสร้างแนวคิดที่จะรับมือกับปัญหาสุขภาพของยุคนี้

"พุทธทาสภิกขุกับแนวคิดของเถรวาทและมหายาน" ดร.โทโมมิ อิโต จากมหาวิทยาลัยโกเบ เห็นว่า ท่านพุทธทาสอยู่ในระบบความคิดของพุทธศาสนาสายเถรวาทมากกว่ามหายาน ท่านไม่ได้เปลี่ยนรากฐานวิธีคิดและวิธีปฏิบัติของพุทธศาสนาสายเถรวาทแต่อย่างใด แต่ท่านเอาคำศัพท์และโลกทัศน์ของมหายานมาใช้ ทำให้ท่านอธิบายธรรมะของพุทธศาสนาสายเถรวาทชัดเจนและลึกซึ้งขึ้น

ท่านพุทธทาสเข้าใจเรื่องสุญญตาหรือความว่างทั้งในด้านจิตใจของตัวบุคคล และในด้านสิ่งทั้งปวงในธรรมชาติ โดยอธิบายว่า ทุกสิ่งในธรรมชาติว่างจากตัวตน มีความเป็นเช่นนั้นเองตามธรรมชาติ คนเราควรปล่อยวางอัตตาตัวตนในจิตใจ และปล่อยวางให้ธรรมชาติทำงานไปตามกฎของธรรมชาติเองอีกด้วย

ท่านพุทธทาสเป็นผู้บุกเบิกมุมมองใหม่เรื่องธรรมชาติเข้ามาในสายเถรวาท ส่วนที่ไม่เหมือนปรัชญามหายานนั้น ท่านสอนตามระบบสมาธิวิปัสสนาของเถรวาท ซึ่งไม่ได้ถือว่าภาวะที่มีกิเลสเป็นภาวะของนิพพานทันที แต่ค่อยๆ ฝึกอบรมจิตใจให้มีสติกำจัดกิเลสไปสู่ภาวะนิพพาน โดยชี้ว่าภาวะนิพพานไม่ไกลจากภาวะของเราในปัจจุบัน

ขอจบรายงานการเสวนาด้วยบทกลอนของ ท่านสมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ ดังนี้

พุทธทาส ทาสเที่ยงแท้เมธี ธรรมเฮย
ภิกขุ สืบอนุศาสน์ แผ่กว้าง
พุทธทาส เด็ดเดี่ยวฤดี ดุจหลักศิลาแลง
ภิกขุ มารมั่นมล้าง กิเลสร้าย สลายสูญ

*


หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | ชีวิตและผลงาน | >บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ
Search WWW Search พุทธทาสศึกษา

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org
.